Google Sitemap ช่วยเว็บไซต์คุณได้(จริงๆนะ)
ปัจจุบันผมดูแลเว็บไซต์เว็บหนึ่ง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น Flash กว่า 90% ของทั้งไซต์ สำหรับปัญหาที่เจอะเจอสำหรับ flash website คือ การ index หรือการเก็บหน้าเว็บของไซต์เข้าสู่ฐานข้อมูลของ Search Engine เพียงไม่กี่หน้า แต่เว็บที่ผมดูแลอยู่ตอนนี้เรียกได้ว่า Search Engine เก็บหน้าเว็บไปเพียงหน้าเดียวคือ หน้าแรก ทั้ง ๆ ที่เว็บนี้มีมากว่า 5 ปีแล้วทุก version ที่เค้าทำก็เป็น Flash จนคนใน Office ถามกันมาว่าใช้ keyword ที่เกี่ยวกับเว็บของบริษัทก็ไม่เจอเลย
ดังนั้น Search Engine Optimization จึงเป็นคำตอบแรกสำหรับการทำ E-marketing ให้กับเว็บนี้ เพราะตัวแผนหลักในการทำ E-Business ยังไม่เกิด แต่เว็บไซต์ยังต้องดำเนินต่อไป

ผมเริ่มด้วยการทำ Google Sitemap โดยใน Sitemap นั้นจะมีลิ๊งก์ทุก ๆ ลิ๊งก์อยู่ในเว็บนั้นซึ่งผม gen ทั้งแบบ manual และแบบให้ web crawler ไป Crawl เอง รวมแล้วมากกว่า 150 เว็บเพจ แต่ อีกปัญหาของเว็บนี้คือ หน้าย่อยมี parameter หลายตัว ซึ่ง Search Engine ไม่ค่อยเอ็นดูเว็บเพจพวกนี้เท่าไหร่ ผมจึงยัดหน้าเว็บพวกนี้ไว้ใน google sitemap แต่แบ่งออกเป็น 2 ครั้งโดยครั้งแรกเลือกหน้าแรกและหน้าที่มี parameter ผมจะทำ Google sitemap แบบ manual ไปก่อนแล้ว submit ไปที่เว็บ google sitemap ส่วนครั้งหลังให้ตัวโปรแกรม Crawler เข้า Crawl ทั้งไซต์ เพราะผมได้ทำ sitemap ไว้ครั้งแรกแล้วทำให้ตัวโปรแกรมสามารถเข้าเก็บลิ๊งก์ได้เกือบหมดโดยส่วนที่เพิ่มขึ้นมาก็จะเป็นหน้า html หรือ static page เสียส่วนใหญ่
ผลที่ได้ก่อนและหลังคือ ก่อนที่จะทำการ submit อย่างที่บอกไว้ว่า มันมีอยู่ลิ๊งก์เดียวจริง ๆ คือหน้าแรกและที่สำคัญหน้าแรกนั้น programmer เขาใส่ javascipt เพื่อให้ redirect ไปยังหน้าหลักซึ่งเป็น flash แต่เป็น friendly redirect สิ่งที่ผมเสริมขึ้นมาคือทำให้การ redirect ช้าลงโดยใส่ css (มนต์เสน่ห์ของ css ช่วยให้เรามีอิสระในการ design web ได้มากขึ้นและทำ SEO ได้ดีขึ้นโดยเฉพาะพวก Flash website นึกแล้วอยาก post เรื่อง CSS อีกแล้วซิ
) และ keyword แบบเป็น paragraph ตามไวยกรณ์ที่ถูกต้องในทุกภาษาของเว็บนี้ ซึ่งจะทำให้ไม่ถูกมองว่าเป็น SPAM KEYWORD ซึ่งผมไม่ชอบ spam อยู่แล้ว ดูมันเป็นการทำ SEO แบบ blackhat , ไร้กึ๋นและ low-class ยังไงไม่รู้(แหวะ…) หลังจากร่ายวิทยายุทธอย่างที่ว่าไว้แล้วกลับมาเช็คจำนวนลิ๊งก์ที่ Index โดย Google เห็นได้ชัดว่าจาก 1 กลายเป็น 100 กว่า ๆภายใน 1 อาทิตย์ โอ้ว…. พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก จากนี้ไปก็ไปขั้นที่ว่าจะทำอย่างไรให้เว็บนี้ขึ้นอันดับใน Search Engine เป้าหมาย ที่ไม่ใช่แค่ Google แต่ เป็นSearch Engine ที่ลูกค้าทั้งในและนอกประเทศเป้าหมายใช้ ! ตรงนี้ยากกว่า ที่สำคัญต้องสัมพันธ์กับแผน e-business ที่ผมกำลังร่างกับทีมงาน
นอกเหนือจากวิธีข้างต้นแล้ว ผมทำมากกว่านั้น แต่รับรองว่าไม่ผิดกฏแน่นอน เช็คดู Google Webmaster Guideline แล้ว - This site has no blackhat SEO

สำหรับ yahoo ผมเข้าไปสมัคร yahoo site explorer ซึ่งเพิ่งออกมาเป็น Beta เดาได้ว่าน่าจะมาแข่งกับ google sitemap ถ้ามีโอกาสจะเล่าให้ฟังว่า yahoo site explorer เป็นอย่างไร วิธีการก็คล้ายกับ google sitemap นั่นแหล่ะ มีการให้ verify site เช่นเดียวกันแต่ไม่ต้อง submit sitemap อาศัย RSS หรือ Feed ซึ่งถ้าเป็น blog ที่สร้างจาก blogware ในท้องตลาดก็มี feature นี้อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น wordpress, movabletype ฯลฯ ส่วนใหญ่ก็มี rss ให้อยู่แล้ว
ฉะนั้น มีเครื่องมือดี ๆ ที่ Search Engine เค้าทำให้เราใช้ก็ใช้ไปเถอะ เราได้ seach engine ก็ได้ แต่ที่สำคัญ อย่าโกง webmaster guideline และ quality guideline เป็นคัมภีร์ที่ช่วยเราได้ดีครับ
Tags: Google Sitemap,Search Engine ,Search Engine Optimization,SEO,Yahoo Site Explorer,Blackhat,Flash Website,CSS
Recently

September 11th, 2006 at 9:41 pm
เรื่องน่าสนใจดีครับ
September 16th, 2006 at 12:08 am
เคยลองไปใช้ทีนึงละ
ยังไม่ค่อยเห็นฟีดแบ็ก มันเช็คยังไงได้บ้างอะครับ
September 18th, 2006 at 12:12 am
จุดประสงค์ของการทำ google sitemaps คือการนำทาง google เพื่อให้ google เก็บ url/webpage ที่เราของเราทั้งหมดโดยยกเว้นที่ระบุไว้ใน robots.txt เป็นการช่วยทำ SEO ทางอ้อม วิธีวัดผลการทำ Google sitemaps คงต้องเริ่มจากก่อนการทำ sitemap ทาง google เก็บหน้าเว็บของเราไว้ในฐานข้อมูลของ google (การ indexing ) และนำมาแสดงเท่าไหร่โดยใช้คำสั่ง site:URL เช่น site:www.thaiwebmarketing.com และเมื่อเราทำ sitemaps แล้วผ่านไปซัก 3 - 4 อาทิตย์หรือบางเว็บอาจเป็นเดือน เราก็มาวัดว่า google ทำการ index เว็บของเรามากขึ้นมั้ย และทุกครั้งที่มีการ update link ไม่ว่าจะเพิ่ม/ลด หน้าเว็บเพจ เราก็ควรจะทำการเพิ่ม/ลด link ใน sitemaps ด้วยและทำการ resubmit โดย log-in และทำการ resubmit ในเว็บของ google sitemap ครับ แต่ถ้าไม่ต้องการทำ Manual Update ทาง google ก็แนะนำให้ใช้คำสั่ง HTTP request: ลองหาข้อมูลเพิ่มจาก http://www.google.com/support/webmasters/bin/answer.py?answer=34609&topic=8496 ครับ
September 21st, 2006 at 3:36 pm
ขอบคุณมากนะครับที่ให้ความรู้ ยังได้รู้ว่าคนไทยก้อใจดี มีความสามารถสู้ฝรั่งได้ เอาใจช่วยให้เขียนบทความดีๆออกมาอีกนะครับ
September 21st, 2006 at 10:57 pm
ขอบคุณครับ คุณ Ken
May 18th, 2008 at 4:44 pm
อยากทราบวีธีทำ Google sitemap แบบ manual อะครับพี่บอย.. ช่วยบอกหน่อยได้ไม๊ครับพี่บอย(สุดหล่อ..อิอิ :D) แล้วไม่ทราบว่าโดยทั่วไปมีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหนและอย่างไรครับ สำหรับ แบบ manual กับ cแบบ auto (ที่เป้นบริการฟรีตามไซต์ต่างๆ) ครับ
ขอบคุณมากนะครับ
May 20th, 2008 at 10:44 pm
ถึง คุณ Todd
การ gen Google sitemap แบบ manual ผมจะใช้ program ชื่อ GSiteCrawler สามารถไปดาวน์โหลดได้ที่ http://gsitecrawler.com/en/download/ ครับ เมื่อดาวน์โหลดและติดตั้งแล้ว ก็ทำการ setup site ที่ต้องการให้ gsitecrawler ทำการ crawling เว็บเราเมื่อมัน Crawling เสร็จ เราก็คลิ๊กเลือกให้มัน gen sitemap ให้ซึ่งจะได้ file ที่เป็น “sitemap.xml”,”gss.xml” และ “sitemap.xml.gz” เอาทั้งสามไฟล์ไปไว้ใน root folder หรือ folder เดียวกับเว็บหน้าแรกของเรา จากนั้นก็เข้าไปที่เว็บ google sitemap และทำการ submit ครับ แต่ถ้าต้องการละเอียดต้องหลังไมค์กันล่ะครับ
May 21st, 2008 at 1:13 am
gss.xml คือไฟล์อะไร, มีความสำคัญยังไงหรอครับ
May 21st, 2008 at 9:54 am
ขออภัยครับคุณ Todd ผมเขียนผิด ต้องเป็น gss.xsl ไม่ใช้ gss.xml ไฟล์ gss.xsl เป็น ไฟล์ style sheet ที่ไว้กำหนดการแสดงผลสำหรับ sitemap ถ้าไม่มี style sheet กำหนดการแสดงผล ตัว sitemap จะแสดงผลเป็นภาษา xml แต่ถ้ากำหนด style sheet ไว้ก็จะแสดงผลในแบบที่คนที่ไม่รู้ภาษา xml อ่านออก อย่างใน www.maximumboy.com/sitemap.xml ครับ